[SF] หากปักใจ pt.1 [BL]

posted on 04 Sep 2014 02:17 by ashjii

                เฉียนเนี่ยฮัวนั่งแช่อยู่ในโรงเตี๊ยมมั่งมีที่ชั้นสองมาสองชั่วยามเต็มตั้งแต่เช้า มือของมันยังคงถือจอกเหล้าค้างเอาไว้ คอยดูผู้คนมาดื่มกินพบปะสังสรรค์ที่ชั้นล่างอย่างวูบโหวงในอก

 

       มันรู้ว่าความสงบคือสิ่งที่ประเสริฐยิ่ง เสียงจ้อกแจ้กที่แฝงแววความร่าเริงของการมีชีวิตอยู่นั้นเป็นตัวบ่งบอก ทว่าเจ้าตัวก็ยังคงรู้สึกเงียบเหงา

 

       มันกำลังคิดถึงพวกพ้องในสนามรบที่จากมา แม้ว่าตัวมันจะอยู่ที่ฉางอัน แต่ทว่าจิตใจของมันกลับเหม่อลอยไปถึงที่ชายแดน

 

       ดูทีมันคงพักอยู่ในเมืองหลวงเยี่ยมบิดามารดาได้ไม่นานมีอันต้องกราบทูลเหนือหัวให้พาไปส่งยังเขตชายแดนเสียแล้วกระมัง มันเท้าคางกับโต๊ะก่อนวางจอกเหล้าลงแล้วเรียกเสี่ยวเอ้อร์ให้นำอาหารมาทดแทนจานเปล่าทั้งโต๊ะอีกหนึ่งชุดใหญ่ ใจหนึ่งก็แอบลังเลกลัวว่าอาหาารการกินจะไม่อุดมสมบูรณ์หลากหลายเท่าเมืองหลวง แต่ครั้นจะให้เขาอยู่เฉยโดยไม่ทำอะไรเลยก็น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า

 

       มันเป็นความเคยชินเสียแล้วกับการหยิบดาบจับธนูต่อสู้ในสนามรบ ครั้นพอต้องวางดาบปลดเกราะและหันมาหยิบจับพู่กันกับกระดาษ ไม่ก็เป็นนักเลงสุราเคล้านารีเหมือนพวกขุนนางหรือแม่ทัพทั้งหลายนั้นก็ใช่ที่

 

       ในขณะที่เฉียนเนี่ยฮัวกำลังเหม่อลอยถึงเรื่องของตัวเอง พลันบุรุษชุดขาวท่าทางสำอางแลดูคล้ายคุณชายจากบ้านขุนนางใหญ่ได้เดินเยื้องกรายพร้อมถือพัดมายืนอยู่ตรงหน้าเจ้าตัว มันละสายตาจากผู้คนชั้นล่างเงยหน้ามาสบตามอง คุณชายยกยิ้มให้ เฉียนเนี่ยฮัวเพิ่งสังเกตว่าสีตาของมันแปลกกว่าชาวฮั่นทั่วไป.. ที่ควรจะดำสนิท.. กลับเป็นสีเขียวสดเหมือนใบไผ่ ยิ่งพินิจพิจารณา มันยิ่งเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามนั้นมีเค้าโครงหน้าชาวฮั่นเจ็ดส่วน อีกสามส่วนมันคาดเดาไม่ได้ว่ามาจากไหน ทว่ากลับหล่อเหลาแลดูแปลกตายิ่ง โครงร่างของอีกฝ่ายนั้นสูงใหญ่ คาดว่าแม้ว่ามันจะยืนเหยียดสุดร่างก็ยังเล็กกว่าถึงหนึ่งช่วงหัว

 

       “ไม่ทราบว่าข้านั่งเป็นเพื่อนท่านได้หรือไม่” ดูเอาเถิด ขนาดเสียงที่เปล่งออกมาอย่างไพเราะน่าฟังยิ่งนัก เฉียนเนี่ยฮัววางจอกเหล้าลงแล้วพยักหน้าให้เล็กน้อย เดิมตัวมันก็ไม่ได้เป็นคนมากพิธีรีตอง ขี้คร้านจะรังเกียจการเข้าวังทำพิธีหยุมหยิมพรรค์นั้นเสียอีก คิดแล้วเฉียนเนี่ยฮัวจึงค้อมศีรษะให้พลางผายมือออกแทนคำตอบ

 

        “ขอบคุณท่าน ข้าแซ่เหอ มีชื่อว่าต้าชิง เป็นลูกชายของขุนนางเหอ ไม่ทราบว่าท่านมีชื่อแซ่อันใด”  เป็นชื่อที่ดีนัก... มันคิด พร้อมกับที่คุณชายชุดขาวยกมือคารวะหนึ่งหนแล้วยกยิ้มให้ เฉียนเนี่ยฮัวสบตาพยายามมองหาความนัยนั้นแต่ดวงตาของคุณชายนั้นเก็บอารมณ์มิดชิดยิ่งนัก ไม่สำแดงความผิดแปลกออกมา มันจึงรินชาให้แล้วค่อยพูด

 

        “ข้าแซ่เฉียนเนี่ย ชื่อฮัว เป็นบุตรของแม่ทัพเฉียนเนี่ย ดำรงตำแหน่งนายกอง” แต่กระนั้นตัวมันก็ไม่ได้อ้อนแอ้นบอบบางเยี่ยงกิ่งหลิวสมชื่อของมันที่แปลว่าดอกไม้นัก ทว่ามันก็ไม่ได้สูงใหญ่งามสง่าสมชาย ตรงกันข้าม แม้ว่ามันจะสูง แต่ตัวมันกลับอ้วนกลมแลดูมั่งมียิ่ง

       

        “ที่แท้คือนายกองเฉียนเนี่ยที่เล่าลือกันว่ายิงธนูหนึ่งดอกไปพิฆาตแม่ทัพหูเค่อตอนศึกที่ชายแดนใช่หรือไม่ ข้าเคยได้ยินเขาว่ากันว่าท่านสามารถล้มหมีได้ด้วยมือเปล่าถึงสองหน” เฉียนเนี่ยฮัวแอบอึ้งไปเล็กน้อยก่อนลอบถอนหายใจ เหล่าชาวบ้านพากันแต่งเสริมเรื่องราวจนเกินจริง โดยเฉพาะเจ้านักเล่านิทานตัวดีที่กำลังเล่าวีรกรรมของเขาอยู่ตรงชั้นล่างนั้นอย่างออกรสนั่น

 

        “ความจริงแล้วด้วยระยะประชิดจึงทำให้ข้ายิงพิฆาตเข้าลูกตาของแม่ทัพเข้า.. ส่วนเรื่องล้มหมีนั้นเป็นเรื่องแต่ง หาใช่เรื่องจริงอันใดไม่” เฉียนเนี่ยฮัวอธิบายสั้นๆคุณชายลอบยิ้มกับตัวเองอย่างพึงใจ ถูกชะตายิ่งนัก

 

        “ที่แท้เป็นเช่นนั้นเอง” เฉียนเนี่ยฮัวพยักหน้าแทนคำพูด เนื่องด้วยเพราะว่าเสี่ยวเอ้อร์ได้นำอาหารมาวางไว้ตรงหน้าทดแทนอาหารชุดเดิมจนครบแล้ว มันจึงจัดแจงทานต่อโดยไม่ลืมที่จะผายมือราวบอกว่าร่วมทานได้อย่างใจกว้าง ทว่าเหอต้าชิงกลับส่ายหน้า มันเพียงแค่รินชาแล้วจิบต่ออีกหนึ่งจอกเท่านั้น เพื่อฉวยเวลาที่เจ้าตัวกำลังสนใจอาหารตรงหน้ามาสำรวจตัวมันอย่างใกล้ชิด ใบหน้ากลมของมันมีบาดแผลใหญ่ถึงสองแห่ง ที่ดวงตาขวานั้นมีรอยถากลึกแลดูคล้ายคมมีดกับซีกหน้าซ้ายนั้นมีบาดแผลแลดูคล้ายถูกไฟลวกอยู่ถึงสามส่วนแลดูน่ากลัวยิ่ง ทว่ายิ่งขับให้สนใจมองดวงตากลมใสสีดำสนิทนั่นเสียจริง ไหนจะจมูกเชิดรั้นกับกลีบปากจิ้มลิ้มที่กำลังขยับทานน่องเป็ดตุ๋นแล้วยิ่งโดดเด่นมากขึ้น ชุดที่ใส่เล่าก็เป็นชุดชาวบ้านทั่วไป ซ้ำผมก็รวบขึ้นลวกๆ ไม่ได้ใส่ใจอันใดนัก หนวดเคราก็ปล่อยมันรกรุงรังที่ปลายคางอยู่เช่นนั้น

 

        ถ้าหากไม่รู้จักกันมาก่อน.. เขาคงจะคิดว่าเป็นชาวบ้านที่มีอันจะกินมากกว่าบุตรของแม่ทัพ.... ด้วยสายตาที่ไม่นำพาต่อสิ่งใดกับท่าทางการกินที่ไม่ค่อยสำรวมเท่าไหร่นักในเวลานี้ เหอต้าชิงคิดพร้อมทั้งโบกพัดเบาๆ ท่าทางสำรวมใช้สายตาสอดส่องไปทั่วร่างของอีกฝ่ายต่ออย่างเงียบๆ

 

        แค่เวลาเพียงครึ่งก้านธูป เฉียนเนี่ยฮัวก็จัดแจงทานอาหารจนหมดโต๊ะ พร้อมเปิดสุราอีกไหกรอกปากอย่างไม่สนใจสหายร่วมโต๊ะเท่าใดนัก แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่นำพา ซ้ำยังคงมองมันต่อด้วยสายตาเอ็นดูปนลึกลับอยู่หลายส่วน มันขมวดคิ้วอย่างนึกสงสัยแบบไม่ปิดบัง อีกฝ่ายยิ่งเมื่อเห็นก็ยิ่งชอบใจพร้อมส่งสายตาเช่นเดิมให้มากขึ้นจนรู้สึกอึดอัดยิ่ง เขาวางชามลงแล้วเอามือเช็ดปากก่อนใช้เสียงถามอย่างขุ่นข้อง

 

        “มีอันใดกับข้าหรืออย่างไร” ทว่าเหอต้าชิงกลับเพียงแค่ส่งรอยยิ้มและหุบพัดลงวางมันกับโต๊ะก่อนค่อยมองมันต่ออย่างเงียบๆ แล้วค่อยเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยน่าฟังขัดหูมันยิ่ง

 

        “ไม่มีอันใด” เฉียนเนี่ยฮัวรู้สึกไม่สบอารมณ์กับคำตอบนั้นเท่าใดนักทว่ามันก็คิดไม่ออกว่าควรจะตอบโต้อย่างไรดี ความอยากอาหารของมันหมดไปเรื่อยๆ ตั้งแต่คุณชายปรากฏตัวมายันเวลานี้ก็คาดว่าผ่านไปพอสมควรจนความหิวลดวูบ ประหลาดดีแท้...

 

        “ถ้าเช่นนั้นข้าก็ขอตัว... หากมีโอกาสเราคงได้พบกันอีก” เฉียนเนี่ยฮัวยกมือคำนับให้ก่อนตะโกนเรียกให้เสี่ยวเอ้อร์มาจ่ายเงิน ทว่าตัวของเหอต้าชิงก็ขยับลุกขึ้นเหมือนกันแทบในทันทีก่อนคลี่พัดโบกมันให้มีลมเอื่อยๆ ระใบหน้าตนท่าทางเชื่องช้าสุขุมยิ่งพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

 

        เฉียนเนี่ยหัวลอบตวัดสายตาดุดันส่งไปให้ ทว่าอีกฝ่ายก็แลดูไม่นำพาแถมยังพัดต่อโฉบร่างมายืนข้างกายรอเสี่ยวเอ้อร์มาคิดเงินอย่างแนบเนียนแลดูเป็นมิตรสหายที่คบกันมานานปี กลิ่นกายที่บ่งบอกถึงความเป็นบุรุษเพศได้เข้มข้นส่งมาถึงจมูกจนคนจมูกไวรู้สึกเวียนหัวยิ่ง

 

        “ถ้าหากพบกันอีก” เหอต้าชิงว่าแล้วเดินเคลื่อนกายจากไปอย่างเชื่องช้าแต่สายตายังคงจ้องมาทางนี้จนลับสายตาไป เฉียนเนี่ยฮัวลอบถอนหายใจก่อนที่เสี่ยวเอ้อร์เดินแทรกเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรนยิ่งพร้อมส่งเสียงขอโทษขอโพยซ้ำไปมาอย่างเกรงใจยิ่ง

 

       “ไม่เป็นไร ข้าไม่คิดมาก” มันว่าอย่างใจกว้างก่อนยัดจ่ายเงินค่าอาหารไปตามจำนวนที่กินดื่ม เสี่ยวเอ้อร์มีทีท่าอึดอัดยิ่งในขณะที่รับเงินจนเฉียนเนี่ยฮัวอดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุใดมันจึงยังคงมีท่าทางอัดอั้นแลคล้ายมีความในใจที่ไม่กล้าพูดอยู่อย่างไรอย่างนั้น เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วมันจึงอดสอดปากถามออกไปอย่างอดไม่ได้

 

        “มิได้เป็นเรื่องของท่านนายกองเฉียนเนี่ยขอรับ แต่ว่าเป็นเรื่องของอีกผู้..ที่เพิ่งมาร่วมโต๊ะกับท่านต่างหาก” เสี่ยวเอ้อร์เอ่ยพร้อมเก็บเงินและลุกลี้ลุกลนไปเก็บจานที่โต๊ะ มันยิ่งสงสัยหนักก่อนจะเอ่ยชื่อเข้าไปอีกเพื่อให้กระจ่าง

 

       “แล้วเช่นนั้นเป็นเรื่องของผู้ใด? เหอต้าชิงรึ?” ราวกับถูกสาป เสี่ยวเอ้อร์ตกใจจนชะงักงันราวเป็นกบถูกจ้อง ท่าทางตัวสั่นยิ่ง แบบนี้แปลว่ามันเดาถูก เพียงแต่ว่าเป็นเหตุอันใดกันนะ น่าสงสัยยิ่ง มันจึงรีบจับบ่าของเสี่ยวเอ้อร์แน่นไม่ให้ไปไหนและซักไซ้ต่ออย่างรวบรัด

 

        “มันค่อนข้างพูดยากนะขอรับ เสี่ยวเอ้อร์ผู้ต้อยต่ำไม่อาจเอื้อนเอ่ย” มันเล่นตัวเล็กน้อย เฉียนเนี่ยฮัวร้องเพ้ยออกมาแล้วควักเงินตำลึงมาสองก้อนใส่อกเสื้อมันแทบในทันทีเพื่อล้วงคำตอบในเร็วไว เสี่ยวเอ้อร์วางจานแล้วรีบตะปบเสื้อตัวเองมองซ้ายขวาเพื่อไม่ให้แน่ใจว่าผู้ใดมองเห็นจึงหันไปกระซิบที่หูของนายกองหนุ่มทันที

 

        “ความจริงแล้วประวัติของท่านเหอต้าชิงนั้นหาที่ติไม่ได้เลยขอรับ หากแต่มีตำหนิเรื่องการหาความสุขสบายเท่านั้นขอรับ” เฉียนเนี่ยฮัวขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจสำบัดสำนวนของเสี่ยวเอ้อร์จึงยังคงไม่ปล่อยมือทว่าบีบไหล่ให้แรงขึ้นอีกจนเสี่ยวเอ้อร์เจ็บกว่าที่ควรเป็นเชิงให้เอ่ยต่อไป

 

        “คุณชายเหอต้าชิง..ความจริงเป็นพวกนิยมชมชอบพวกเดียวกันขอรับ โดยเฉพาะจะโปรดปรานเด็กหนุ่มไม่ประสาเป็นพิเศษ” คราวนี้เฉียนเนี่ยฮัวขมวดคิ้วกว่าเดิมแน่น หาใช่เพราะรสนิยมชมชอบพวกเดียวกันไม่...

 

        ...หากแต่เป็น “โปรดปรานเด็กหนุ่มไม่ประสาเป็นพิเศษ” แสดงว่าแบบนี้เขากำลังโดนหยามเหยียดใช่หรือไม่?

 

*****

 

 

สวัสดีค่า ;w;)" แอจจี้เองนะคะ รู้สึกไม่ได้มาอัพ.. (และมาคุย) จนบล็อกนี้ร้าง(กว่าเดิมที่ร้างอยู่แล้ว) และกลายเป็นบล็อกคอมมูไปเรียบร้อยแล้วค่ะ (ความจริงบล็อกนี้อะราวนด์เดอะเวิล์ดมาเลยนะคะ ครอบคลุม) ดังนั้นขอสวัสดีทุกคนใหม่อีกครั้งค่ะ จะลองกลับมาเล่นบล็อกดูล่ะค่ะ
 
ความจริงฟิคเรื่องนี้ก็จะเขียนสั้นๆ ดูน่ะค่ะ เพราะว่าไม่ชอบเขียนอะไรยาวๆ มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว(สมาธิสั้น ชอบดอง บลาๆๆ ขอโทษด้วยนะคะ) แต่ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัวฟิคเรื่องนี้ไว้ด้วยนะคะ
 
จริงๆ ฟิคเรื่องนี้จะไม่เกิดถ้าไม่ได้เล่นคอมมูอาชาศึกษาวิทยาลัยล่ะค่ะ (วาร์ป จิ้มสิคะ) เป็นคอมมู BL ชายล้วนก็จริง แต่ว่าค่อนข้างเถื่อนอยู่พอสมควรเลยล่ะค่ะ (แต่ก็มีแอบมุ้งมิ้งนะคะ!) 
 
อนึ่ง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับธีมคอมมูแต่ว่าเรื่องนี้เราใช้ตัวละครในโรงเรียนนี้มาใช้ล่ะค่ะ เป็นกึ่งๆ พาราเรลเวิล์ดก็ว่าได้ ถ้าหากท่านรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ก็บอกได้เลยนะคะ ส่วนตัวแล้วยังคิดว่าต้องขัดเกลาพล็อตและภาษาให้สละสลวยกว่านี้ให้มากขึ้นอีกล่ะค่ะ จะพยายามไปยิ่งขึ้นๆ นะคะ
 
ปล. รักตัวละครที่เป็นนายเอกมากเลยค่ะ แต่ไม่ใช่จะไม่รักพระเอกนะคะ 
 
ปล. 2  ตัวจริงของนายเฉียนเนี่ยฮัวค่ะ จิ้ม เป็นคาร์แรคเตอร์ของเราเองค่ะ ส่วนตัวจริงของนายเหอต้าชิง จิ้ม เป็นคาร์แรคเตอร์ของเห็ด จากเพจ FINAC จิ้ม ค่ะ   
 
ปล. 3 ถ้าสนใจธีมแนวโรงเรียนชายล้วนแบบไทยสไตล์ก็เข้าไปเล่นกันได้นะคะ ;u;
 
ปล. 4 ถ้ามีเวลาจะวาดภาพประกอบมาลงในตอนหน้านะคะ (?)

edit @ 20 Nov 2014 21:35:48 by ashjii

edit @ 21 Nov 2014 19:15:16 by ashjii

Comment

Comment:

Tweet